บทความ / กรณีศึกษา

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เผยสายใยรักในวันแห่งความรั

CD4653FA 265A 42DC 8EF5 98505438DC6A

 

ความรักของชีวิตที่เรียกว่า แม่ ใสบริสุทธิ์ ที่ก่อปรขึ้นมาเป็น #สายใยรัก ต่อลูก ที่แกร่งที่สุดที่เกิดบนฐานของความทุกข์ยากลำบากอันแสนสาหัส ในทางการแพทย์ เรียกว่า #TenderLovingCare ซึ่งหากดูรากศัพท์ คำว่า tender หมายถึง ความเจ็บปวด
สะท้อนให้เห็นว่า ความรักและผูกพัน มิใช่เกิดบนความสุข เท่านั้น แต่ เหนียวแน่นและแกร่งอยู่บนฐาน ทุกข์ยากลำบากไปด้วยกัน

 

แม่ทุกคนที่รักและผูกพันลูกอย่างที่สุด ที่ไม่มีความรักใดๆ เทียบเทียมได้ เกิดจาก
แม่เมื่อแต่งงานกับพ่อ ก็เริ่มมีความหวังต่อความผูกพันแล้ว ยิ่งพอรู้ว่าตั้งครรภ์ ก็เกิดความรู้สึกปิติ ยินดี และเมื่อฝากท้อง หมอทำอุลตร้าซาวด์ ได้พบเห็นลูกน้อยในครรภ์ตนเอง ความรัก ความผูกพันยิ่งเหนียวแน่น แม่อุ้มท้อง ด้วยความยากลำบากแต่กลับมีความสุข ต่อเนื่อง

 

#ความรักความผูกพัน ของแม่ถึงจุดสูงสุด #เมื่อแม่คลอดลูกที่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดอันแสนสาหัส มากกว่าผู้ชายอกสามศอกจะทนความเจ็บปวดนี้ได้ถึง 5 เท่า เมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง และมาซบอกแม่ และดูดนมแม่ นี่คือจุดที่ก่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน แบบสายใยรักที่เหนียวแน่นขึ้นมา เป็นความรักผูกพันอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่มีเหตุผลใดๆมาขวางกั้น ( Love without obligation ; #UnconditionedLove)

 

ตลอดเวลาที่แม่ลงทุนลงแรงทุ่มกายใจในการดูแลลูกน้อยให้เติบโตขึ้นมา บนสังคม เพื่อให้สามารถดำรงชีพและอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างสง่างาม แม้ตลอดเส้นทางต้องพบกับความยากลำบาก ทุกข์สุข แม่ก็พร้อมโอบอุ้ม และจัดการ มีแม่อีกหลายคนที่ต้องทำงานทั้งนอกบ้าน และกลับมาทำงานในบ้านเพื่อให้สมาชิกครอบครัวมีความสุขถ้วนหน้า


 
นอกจากนั้น ในงานวันแม่ กับรางวัลแม่สู้ชีวิต ทั่วประเทศ ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็นประธานคัดเลือก แม่สู้ชีวิต ยังสะท้อน สิ่งที่ดีงามให้สังคมไทย แม่ที่เลี้ยงลูกพิการยังสะท้อน ประโยคที่สำคัญว่า


" จำไว้นะลูก แม้กายพิการ แต่ใจไม่พิการ ย่อมได้บุญ ได้กุศลกว่า คนที่กายปกติแต่ใจพิการ ฉะนั้นอย่าหยุดสร้างความดีและกุศลกรรม"

 

บทความโดย
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
ผู้อำนวยการ
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) www.moralcenter.or.th

 

#รักแม่
#สร้างคนสร้างโลก
#tenderlovingcare

 

#บันทึกหมอเดว
14 กพ.2562

เสน่ห์ ของสมัชชาคุณธรรม โดย ยงจิรายุ อุปเสน

 

1

    

    สมัชชาคุณธรรม เป็นภารกิจหนึ่งของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ตามกฏหมาย ที่เป็นรูปแบบของการสร้างพื้นที่กลางของเครือข่ายทางสังคม ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความร่วมมือ และพัฒนาข้อเสนอต่อสังคมและนโยบาย ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม และมีธรรมาภิบาล สมัชชาคุณธรรม จึงเป็นกระบวนการที่สร้างการเรียนรู้ทางสังคม ที่ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วม และเป็นหุ้นส่วนโดยความสมัครใจ โดยไม่มีการบังคับใดๆ

     ที่ผ่านมา สมัชชาคุณธรรม เป็นเวทีกลางที่จัดขึ้น ในสามระดับ คือ สมัชชาคุณธรรมระดับจังหวัด สมัชชาคุณธรรมระดับภาค และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โดยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ได้มีการจัดมาแล้ว ถึง 9 ครั้ง และเป็นการจัดงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศที่สำคัญ และสอดคล้องกับประเด็นด้านคุณธรรม จนกลายเป็นสมัชชาระดับชาติ อีกหนึ่งสมัชชา ที่มีเครือข่ายทางสังคมเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นๆ ในทุกๆปี โดยที่ปัจจุบัน ยังไม่มีระบบสมาชิกสมัชชา เช่นกับสมัชชาอื่นๆ

      นับตั้งแต่รัฐบาลปัจจุบัน ได้เห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมคุณะรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2559 -2564 ทำให้เกิดกระแสการพัฒนาด้านคุณธรรมขยายตัวมากขึ้น เพราะตอบสนองต่อสภาพปัญหาสังคมไทยในปัจจุบัน รวมถึงการเกิดกลไกปฏิบัติขับเคลื่อนในระดับต่างๆ ทั้งระดับกระทรวงและจังหวัด ซึ่งการมีแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม ในแต่ละระดับ จำเป็นต้องมีพื้นที่กลาง เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และยกระดับการพัฒนาต่อเนื่อง หนึ่งในความต้องการนั้น คือ สมัชชาคุณธรรม ซึ่งเป็นรูปแบบที่จะถูกนำไปใช้ในหลายๆ กลุ่ม เพราะเป็นสมัชชาที่มีพลัง และเป็นสมัชชาที่ภาคนโยบายให้ความสำคัญ เข้าร่วมและรับข้อเสนอนโยบายไปสู่การปฏิบัติมาต่อเนื่อง อาทิ การลาไปทำจิตอาสาของเจ้าหน้าที่รัฐ การพัฒนาแผนแม่บทความซื่อตรงแห่งชาติ การขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กรอบแนวทางแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพคน เป็นต้น

     ที่ผ่านมานอกจากสมัชชาคุณธรรม จะมีความสำเร็จที่เป็นจำนวนองค์กรที่เข้าร่วมกระบวนการเพิ่มมากขึ้นทุกปี มีคนเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากกระบวนการสมัชชาคุณธรรมเพิ่มมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นที่สำคัญ จนทำให้สมัชชาคุณธรรมโดดเด่นขึ้นมาได้ ในปัจจุบัน คือ

 

1. ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เพราะรวมคนเข้า ไม่กันออก ไม่ติดในประเด็นงานที่ทำ เพราะมีความเชื่อว่า ทุกประเด็นงานมีมิติด้านความดี เป็นฐานอยู่แล้ว ดังนั้น ทุกกลุ่ม ทุกประเด็นงาน จึงสามารถเข้าร่วมกระบวนการสมัชชาคุณธรรมได้ โดยภาคภูมิและไม่ถูกปิดกั้น  

2. มีตลาดนัดความดี เป็นพื้นที่แสดงพฤติกรรมสะท้อนคุณธรรม ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยไม่บังคับ เรียกร้อง ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ จิตอาสาเก็บขยะ บริการนวด แนะนำเส้นทาง การระดมทุน เปิดร้านทานฟรี โรงทาน คลีนิคคุณธรรม ดนตรีเพื่อสร้างพลังบวก ล้างจานล้างใจ ฯลฯ ซึ่งใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องเดี๋ยว

3. ไม่มีกลไกสมัชชาเชิงโครงสร้างอำนาจ และแข็งตัว ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร เพราะมีพื้นฐานการมาแชร์ เชื่อม สร้างความดีด้วยกัน ไม่มีการบังคับ สั่งการ ต้องเข้าร่วมโดยสมัครใจ

4. ยึดประโยชน์ 4 อย่าง หรือ 4 ย. คือ ย้ำ.. ความสำคัญของความดี   ยก..ย่องความดี ทุกรูปแบบ โยง.. ใยเป็นพลังเครือข่ายเรียนรู้ปฏิบัติ และขยาย ..ความรู้ สู่สังคมเป็นการให้และแบ่งปัน " ย้ำ ยก โยง ขยาย" คือ ประโยชน์สุขร่วมกันของภาคีสมัชชาคุณธรรม

5. มติสมัชชา ไม่เน้นเสนอให้คนอื่นทำ แต่เน้นที่องค์กรเครือข่ายจะต้องทำ แม้คนอื่น จะไม่ทำก็ไม่เป็นทุกข์ ที่ต้องคาดหวังจากคนอื่น

6. สมัชชาคุณธรรม เป็นตัวแบบการบูรณาการความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง เป็นคำตอบว่า จะสร้างคนดี ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีร่วมกัน ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน องค์กร หน่วยงาน ต่างต้องเป็นแบบที่ดีด้วยกัน และมีเป้าหมายที่จะสร้างคนดีร่วมกันเป็นสำคัญ ซึ่งสมัชชาคุณธรรม สามารถจัดทำได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค และชาติ

7. สมัชชาคุณธรรม ทำแล้วเป็นภาพลักษณ์ที่ดีงาม ตำบล อำเภอ จังหวัดใด สามารถดำเนินการได้ ก็จะเป็นพลังทางบวก และส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กร ในทางสาธารณะ

นี่คือ อัตลักษณ์สมัชชาคุณธรรม ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้

 

2

ความสุขที่พอดี ก่อเกิดความดีที่พอเพียง “ธนาคารความดี” โดย วีนัส เวลาดี

“ความสุข” คนที่มีความสุข คือ คนที่มีความหวัง เป็นคนที่สามารถประกอบกิจการงานประสบความสำเร็จ ตามความปรารถนา มีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีอารมณ์ขุ่นมัว หรือวิตกกังวล มีอารมณ์มั่นคง มีความอดทน และมีความสามารถต่อสู้อุปสรรคต่างๆ ได้ เป็นคนที่ยอมรับความจริงในชีวิต ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ดังนั้น ความสุขจึงเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน ไม่ว่าผู้ดี มั่งมี หรือยากจน

เช้าวันที่ 22 ธันวาคม 2561 ทีมงานสื่อสารองค์กร ศูนย์คุณธรรม ออกไปตามหาความสุขกันที่ชุมชนหนองสาหร่ายพร้อมกับทีมงานรายการ “ฮีโร่ต้านโกง” จากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปพบ นายศิวโรฒ จิตนิยม ประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี พูดคุยกับ พี่ศิวโรฒ กับชาวบ้านในชุมชนตำบลหนองสาหร่า เพื่อขอบันทึกเทปรายรายการ “ฮีโร่ต้านโกง” ตอน “ธนาคารความดี”

 IMG 1874  2
 3  4

 

 

“ธนาคารความดี” เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อนี้บ้างแล้ว ทำไมต้องเป็นธนาคารความดี เมื่อเราเข้าไปในชุมชนหนองสาหร่าย สิ่งที่เราพบเห็นเป็นสิ่งแรก คือ ป้ายกิจกรรมจำนวนมากที่ชาวชุมชนหนองสาหร่ายได้ทำขึ้น หนึ่งในนั้นที่สะดุดตา คือ ป้ายอันใหญ่ที่เขียนว่า “ธนาคารความดี” หลังจากที่พวกเราได้พูดคุยกับชาวชุมชนหนองสาหร่าย จึงได้คำตอบว่า ธนาคารความดี คือ ธนาคารที่ก่อตั้งมาเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการพัฒนาที่ผิดพลาดตามกระแสภายนอกที่ก่อให้เกิดผลในแง่ลบ ทั้งการหายไปของวิถีชุมชน การเกิดขึ้นของภาวะนี้สินของชาวบ้าน ฯลฯ ด้วยกระแสด้านลบเช่นนี้ “ธนาคารความดีหนองสาหร่าย” จึงเกิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2548 ภายใต้การพูดคุยของชาวบ้านเพื่อลดและแก้ไขปัญหาหนี้สิน “ก็เพราะความดีที่ชุมชนหนองสาหร่ายทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ” นี่คือคำตอบของพี่ศิวโรฒ ผู้ริเริ่มก่อการดี ด้วยพลังความสุขและความพอเพียง จนเกิดรูปธรรมความดีที่ชาวบ้านอิ่มท้อง หนี้สินลดลง ดัชนีความสุขเพิ่มมากขึ้น รูปธรรมที่ว่านี้ก็คือ “ธนาคารความดี” หรือ สถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่า นวัตกรรมความดี สร้างชุมชนพอเพียงด้วยวินัยทางการเงิน เพิ่มความสุขมวลรวม สร้างชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขให้กับชาวบ้านตำบลหนองสาหร่าย และหวนคืนสิ่งดีงามของชุมชนหนองสาหร่ายให้กลับคืนมาอีกครั้ง

 

 5  6
 7  8

 

 

“ธนาคารความดี” ที่ชุมชนหนองสาหร่าย เป็นโมเดลคุณธรรมได้ เป็นคุณธรรมที่จับต้องได้ สัมผัสได้ถึงรูปธรรมของความพอเพียง ความมีวินัย ความสุจริต และจิตอาสาน้ำใจแบ่งปัน วิถีชีวิตในแบบพอเพียง ใช้ชีวิตในแบบปกติสุข มีให้เห็น ให้สัมผัสจากครอบครัวหลายหลังคาเรือน ชาวบ้านที่นี่ทำอาชีพเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ และเกษตรกรรมที่ชุมชนหนองสาหร่ายสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นจำนวนมาก และที่เป็นไฮไลต์ที่ชาวชุมชนภูมิใจนำเสนอ คือ “การทำสวนพริกและการทำสวนแคนตาลูป” น่าทึ่งนะคะ !!! ภายในชุมชนเล็กๆ เช่นนี้ กลับมีสวนพริกและสวนแคนตาลูปที่เติบโต เขียวชอุ่ม พร้อมเป็นอาหารและผลิตผลให้ชาวบ้านนำออกจำหน่ายเป็นจำนวนหลายสิบไร่

 10

“ความสุข” ของชาวบ้านที่ชุมชนหนองสาหร่าย ยังไม่หมด ที่นี่ยังมีผลงานความดีที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับสมาชิกในชุมชนตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย รุ่นคุณพ่อ คุณแม่ ไปยังรุ่นลูก หลาน แถมยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทีมงานพวกเราทุกคน นั่นก็คือ “รำเหย่ย” การแสดงพื้นบ้านที่ชาวบ้านภูมิใจนำเสนอพวกเราเป็นอย่างมาก ตอนแรกได้ยินชื่อก็งงนะคะว่าคืออะไร เพราะปกติคนรุ่นใหม่อย่างทีมงานของเราทุกคนมักรู้จักการแสดงพื้นบ้านจำพวก ช่อย ลิเก ฯลฯ แต่ชาวบ้านก็ไม่ปล่อยให้เราสงสัยนานค่ะ รีบอธิบายกันยกใหญ่ว่า รำเหย่ยเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้าน โดยการนำบริบทสภาพแวดล้อมที่เห็นมาร้องรำทำเพลง เนื้อร้องเกิดจากการร้องสด เห็นสิ่งใดตรงหน้าก็นำมาร้องได้เลย แต่แอบมีกฎนิดนึงว่า การร้องในแต่ละท่อนจะต้องลงท้ายด้วยคำว่า “เอย” ในทุกท่อนและต้องมีสัมผัสใน แต่ไม่มีสัมผัสนอกค่ะ การแสดงรำเหย่ยที่ว่านี้เคยฮิตเมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเกือบจะสูญหายไปเนื่องจากไม่มีใครสืบสาน แต่ยังโชคดีที่ในชุมชนตำบลหนองสาหร่าย ยังมีชาวบ้านหัวอนุรักษ์หลายคน รวมตัวกันช่วยฟื้นวัฒนธรรมสร้างความรักความผูกพันในชุมชนให้คงอยู่ การแสดงรำเหย่ย ในปัจจุบันจึงซึบซาบเข้าไปในวิถีชีวิตของเด็กๆ ในชุมชน จนกระทั่งในปัจจุบันเด็กในชุมชนหนองสาหร่ายบางคนสามารถร้องเพลงรำเหย่ยได้อย่างภูมิใจค่ะ และที่น่าภาคภูมิใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เพลงรำเหย่ย ได้รับการยกย่องให้เป็นเพลงที่ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย และถูกส่งเสริมให้เกิดการแสดงทั้งในระดับจังหวัด และระดับประเทศจากสถาบันพระปกเกล้าด้วย.

 

บทความโดย น.ส.วีนัส เวลาดี

เจ้าหน้าที่โครงการ

กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม


 

สามสมบูรณ์ กับความสมดุลที่ยั่งยืน โดย ยงจิรายุ อุปเสน , สิทธิพร กล้าแข็ง

 

 1

 อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้ให้แนวทางการพัฒนาไว้ว่า ควรทำให้เกิดการพัฒนาที่สมดุล ภายใต้กงล้อการพัฒนา ๓ มิติ คือ ความดี ความสามารถ และความสุข ความดี เป็นฐานของการพัฒนาที่จะนำไปสู่ความสุข ความร่มเย็น ความยั่งยืน เป็นฐานให้เกิดความสามารถที่จะใช้ไปในทางที่ถูกต้องดีงาม ความสามารถที่ดีงาม ก็จะสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น และเป็นความเร็จที่เป็นประโยชน์สุขร่วมกันของสังคม ตั้งแต่จุดเล็กที่สุด ไปถึงสังคมใหญ่ของประเทศ

จากการได้เข้าเยี่ยมชม บริษัท สมบูรณ์กรุ๊๊ป แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) อ.บางโฉลง จ.สุมทรปราการ และ ศูนย์การเรียนรู้ ( Somboon Learning Academy) ของบริษัทกลุ่มสมบูรณ์ อมตะซิตี้ จ.ระยอง เราก็ได้พบว่า บริษัทกลุ่มสมบูรณ์ มีปรัชญาการพัฒนาที่ครบองค์ประกอบทั้งสามด้าน อย่างสอดคล้อง และเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ต้องการให้เกิดขึ้นกับองค์กรต่างๆ ในสังคม

บริษัท สมบูรณ์กรุ๊๊ป แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร โดยมุ่งเน้นการเติบโตที่ยั่งยืน สร้างผลกำไรภายใต้การตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งหลักการทั้งหมดนี้ได้รับการสืบทอดและส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นนายห้างสมบูรณ์ กิตะพาณิชย์ จนถึงทายาทรุ่นปัจจุบัน ซึ่งท่านได้ยึดมั่นในเรื่องของคุณธรรม ความกตัญญู ซื่อสัตย์ ขยันและอดทน เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ที่รับผิดชอบต่อสังคม จนก่อเกิดเป็นโครงการต่าง ๆ มากมายที่เป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

ที่สำคัญที่สุด คือ บริษัท สมบูรณ์กรุ๊๊ป แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก 3 สมบูรณ์ สร้างสมดุล คือ ฅนสมบูรณ์ ธุรกิจสมบูรณ์ และชุมชนสมบูรณ์ เน้นพนักงานเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา โดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ตามบริบทขององค์กร จึงเป็นที่มาของปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ และเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มสมบูรณ์

คำว่า “ฅนสมบูรณ์” ในที่นี้หมายถึง คนที่สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง สร้างคุณค่าให้กับองค์กร และสร้างคุณค่าให้กับสังคม

“ธุรกิจสมบูรณ์” หมายถึง การสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นการสร้างประโยชน์ตอบโจทย์ผู้ร่วมทุนอย่างมีธรรมาภิบาล

“ชุมชนสมบูรณ์” คือ การมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสเพื่ือสร้างคุณค่าเพิ่มให้ชุมชนรอบข้าง และประเทศชาติ

องค์ประกอบของการพัฒนา ทั้งสามสมบูรณ์ ของปรัชญาการดำเนินธุรกิจ เป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักของการพัฒนา ๓ กงล้อ ที่ อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้เคยให้ไว้ คือ คนสมบูรณ์ เป็นมิติของความดี การสร้างคุณค่า ธุรกิจสมบูรณ์ เป็นมิติของความสามารถที่นำมาสู่การสร้างกำไร หรือผลตอบแทนต่อผู้ร่วมทุนอย่างมีคุณธรรม และ ชุมชนสมบูรณ์ เป็นมิติของความสุข เป็นประโยชน์สุขร่วมกันกับชุมชนและสังคม และประเทศชาติ ซึ่งทั้งสามส่วนนี้ ก็เป็นหลักการพัฒนาตามแนวทางพระพุทธศาสนา เรียกไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นชื่อย่อของมรรค มีองค์ ๘ ซึ่งเป็นทางที่จะนำไปสู่ความสุขและสันติ

เมื่อจำแนกมรรคมีองค์ ๘ ออกเป็นหมวดๆ ๓ หมวด จะได้เป็น ดังนี้

หมวดศีล คือ ความดี ตรงกับความเป็นคนที่สมบูรณ์ ประกอบด้วย สัมมาวาจา การพูดจาชอบ สัมมากัมมันตะ การทำการงานชอบ และสัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีวิตชอบ

หมวดสมาธิ คือ ความสุข หรือประโยชน์สุขของการเป็นชุมชนสมบูรณ์ ประกอบด้วย สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ สัมมาสติ ความระลึกชอบ และสัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ ในสิ่งที่ควรทำและเป็นความถูกต้องดีงามต่อชุมชนและสังคม ประเทศชาติ

หมวดปัญญา คือ ความสามารถหรือการประกอบธุรกิจที่สำเร็จ สมบูรณ์ ซึ่งต้องประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ และสัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ

ดังนั้นไตรสิกขาคือ ปัญญา ศีล สมาธิ ซึ่งเป็นชื่อย่อของมรรคมีองค์ ๘ จึงเป็นฐานของการพัฒนาที่สมบูรณ์ เป็นการพัฒนาที่สมดุลของโลก แม้คำศัพท์ที่กล่าวเรียก จะต่างกันไปตามยุคสมัยแต่แก่นแท้ของการพัฒนาที่สมดุลนั้น ยังต้องประกอบด้วยความดี (ศีล) ความสามารถ (ปัญญา) และความสุข (สมาธิ) อยู่เช่นนั้นนั่นเอง

หลักการสามสมบูรณ์ ได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และลงไปถึงพนักงานในทุกระดับ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาที่มีกระบวนสำคัญ คือเรื่องของการพัฒนาคน เพราะเชื่อว่าการหล่อหลอมอบรม บ่มเพาะ พัฒนาคนให้เป็นคนดีนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความดีทั้งหมด ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรก เนื่องจากการเป็นคนดีเป็นเรื่องของจิตสำนึก แต่การเป็นคนเก่งเป็นสิ่งที่สร้างได้จากการพัฒนาวิชาชีพในการทำงาน และเมื่อคนเก่งแล้วก็ต้องสร้างจิตสำนึกให้เป็นคนดียิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย โดยการเอาความเก่งของตัวเองส่งต่อให้เพื่อนร่วมงาน องค์กร และสังคม เช่น การสอนงานให้กับเพื่อนพนักงานรุ่นใหม่ การให้ความรู้แก่ชุมชน การช่วยเหลือชุมชมและสังคม การแสดงออกลักษณะนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาด้านฅนสมบูรณ์ ในความหมายของสมบูรณ์ กรุ๊ป

 2

 การดำเนินด้านการพัฒนาคน ถือว่าเป็นกระบวนสำคัญต่อความเติบโตอย่างมั่นคงทางธุรกิจในกลุ่มสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้เองผู้บริหาร คณะทำงาน พนักงาน ในทุกระดับ ได้ร่วมมือกันออกแบบและพัฒนาโครงการต่าง ๆ มากมาย ทั้งเป็นโครงการที่ทำเองภายในกลุ่ม และโครงการที่ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการโรงเรียนในโรงงาน โครงการพัฒนาช่างเทคนิค โครงการช้างเผือก โครงการข้าราชการพันธุ์ใหม่ โครงการทุนการศึกษาเพื่อลูกพ่อ โครงการเตรียมความพร้อมพนักงานก่อนวัยเกษียณ โครงการทุนพัฒนาบ้านเกิด เป็นต้น นอกจากนี้ได้มีการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ (Somboon Learning Academy) และพัฒนาหลักสูตรอบรมภายใน ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานและหลักสูตรเฉพาะทางตามสายอาชีพ เพื่อหล่อหลอมและพัฒนาศักยภาพพนักงานไปในทิศทางเดียวกัน

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงกิจกรรมบางส่วนที่หยิบยกมาเล่าจากการได้รับโอกาสไปร่วมดูงานขององค์กรแห่งนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจในด้านการพัฒนาคนให้เป็นคนดีและคนเก่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสังคมไทยในปัจจุบันอย่างมาก หากจะเปรียบไปแล้ว การพัฒนาคนก็เหมือนกับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัท ไม่ว่าเหล็กกล้าจะมาจากแหล่งไหน มีรูปร่างเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ต้องผ่านกระบวนการหลอมที่ต้องใช้พลังงานความร้อนสูง เพื่อขึ้นรูปตามแบบที่ได้กำหนดไว้ เมื่อได้ตามแบบที่ต้องการแล้วก็ต้องผ่านกระบวนการตกแต่งให้สวยงาม และตรวจสอบตามมาตรฐานคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้ามีคุณภาพครบถ้วนตามที่ต้องการก่อนส่งออกไปสู่มือลูกค้า ลูกค้าเองก็ย่อมพึงพอใจเมื่อได้รับของดีมีคุณภาพ เช่นเดียวกัน คนของสมบูรณ์กรุ๊ปก็ต้องผ่านกระบวนการหล่อหลอม อบรม บ่มเพาะพัฒนา จนกลายเป็นคนดีและคนเก่งตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ให้กลายเป็นธุรกิจสมบูรณ์ ความสมบูรณ์ทั้งสองส่วนนี้ได้ส่งต่อสู่ชุมชนสมบูรณ์ ในรูปแบบของการช่วยเหลือ แบ่งปัน ส่งเสริมชุมชนผ่านช่องทางต่างๆ เป็นการพัฒนาที่สมดุล บนพื้นฐานคุณธรรม หนึ่งในแบบอย่างขององค์กรธุรกิจที่ส่งเสริมคุณธรรม ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม ในวันนี้

ยงจิรายุ   อุปเสน

สิทธิพร กล้าแข็ง

โครงการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม

โดย สสส. ศูนย์คุณธรรม และมูลนิธิหัวใจอาสา

Powered by Spearhead Software Labs Joomla Facebook Like Button